Tuesday, August 15, 2017

หัดทำมาการอง


หัดทำมาการอง Macaron



รูปจาก internet
https://sites.google.com/site/khnmdidi/

            จะไม่อยากหัดทำได้ไง จากรูปสีน่ากินมากกก มาเขียน blog นี้ ก็ทำ macaron ครั้งที่3 เข้าไปแล้ว 5555 บันทึกเผื่อเก็บเอาไว้มาอ่านภายหลัง  เห็นรูปขนมมาการอง หน้าตาน่ารักดี ดูส่วนผสมไม่น่าเตรียมยาก แต่ดูเหมือนว่าวิธีการยากและต้องใส่ใจทุกขั้นตอน หลังจากหาอ่านมาหลายรอบ โครงการต่อไปหัดทำมาการองเนี่ยแหละ หลังจากหัดบราวนี่เรียบร้อยไปแล้ว  
      จากนั้นก็บอกพี่เบิ้ม คริ คริ หาสปอน์เซอร์ ซะหน่อย ทั้งวัตถุดิบและอุปกรณ์ เนื่องจากยังไม่มีพิมพ์มาการอง หัวบีบ สีเจล อัลม่อนป่น 555 พี่เบิ้มน่ารัก support วัตถุดิบและอุปกรณ์ให้ ทีนี่ก็เหลือแต่ลงมือทำ จัดไปค่ะ

========================================================
สูตรมาการองจากคุณ Patis Serie
========================================================
**เริ่มจากทำความรู้จักกับมาการองก่อนนะคะ คือที่ทำกันอยู่มี 2แบบ แบบที่ใช้น้ำเชื่อมตีเป็นเมอแรงนั่นคือ อิตาเลี่ยนมาการองเนอะ จะค่อนข้างที่จะยุ่งยากเพราะต้องใช้เทอมอมิตเตอร์ในการวัดอุณหภูมิ และต้องทำLiquefied whites คือการเอาไข่ขาวแช่เย็นไว้อย่างน้อย3คืนเพื่อลดความหนืดลงค่ะ แต่สูตรที่ฝ้ายทำไม่ยุ่งยากขนาดนั้นค่ะ เป็นฝรั่งเศษมาการอง ทำง่ายแต่ต้องใส่ใจรายละเอียดทุกๆขั้นตอนเนอะ
ส่วนผสมของฝามาการองค่ะ (30 ฝา )
1.ไข่ขาวอุณภูมิห้อง 60 g
2. น้ำตาลทราย 30 g
3. อัลม่อนป่น 70g
4. ไอซิ่ง 90g
5. สีผสมอาหารใช้แบบเจล หรือฝุ่นเท่านั้นค่ะ
วิธีทำ
1.เริ่มจาก วอมเตาไฟบนล่าง 90 องศาไว้ก่อน (เราจะมีอบไล่ความชื้นของแป้งมาการองคะ)
2. ชั่งอัลม่อนป่นกับไอซิ่งแล้วในรวมกัน ใช้พายคนให้เข้ากันเลยนะคะ แต่อัลม่อนที่ซื้อมาที่บดแล้วมันยังไม่ละเอียดพอค่ะ ให้เอาไปใส่เครื่องบดอีกรอบเพื่อความเนียนของขนมนะคะ แต่ต้องบดพร้อมไอซิ่งเท่านั้นนะ อย่าบดเฉพาะอัลม่อน
3.พอบดเสร็จ ให้นำมาร่อนผ่านตะแกรงร่อนแป้ง ที่เป็นเม็ดๆก็ใช้พายบี้ๆ ให้ร่อนลงมาให้หมด แล้ว ใส่ถาด เกลี่ยๆให้บางๆทั่วถาด เอาเข้าอบไล่ความชื้นประมาน 15 นาที แล้วเอาออกมาทิ้งไว้ให้เย็นก่อนค่ะ
4.ตีไข่ขาวด้วยความเร็วต่ำๆก่อนค่ะ ตีให้ขึ้นฟองหยาบๆ แล้วทยอยใส่น้ำตาลลงไป จนหมดค่ะ พอใส่น้ำตาลหมด ให้เปลี่ยนเป็นความเร็วกลาง ตีจนขึ้นยอดแข็ง ต้องแน่ใจว่าตีจนขึ้นยอดแข็งนะคะ ตอนนี้ให้ใส่สีผสมอาหารลงไปเลยค่ะ ชอบสีไหนจัดไปเลย
5.ยกมาเตรียมผสมกับอัลม่อน+ไอซิ่งที่เราอบไล่ความชื้นแล้ว (เราจะใช้พายพลาสติกหรือพายซิลิโคนในการผสมนะ)
6.การผสมนั้นเราต้องตะล่อมด้วยความเร็วและแรง ไม่ต้องพิรี้พิไรเลยนะคะ ขั้นตอนการผสมถือว่าสำคัญสุดในการทำฝามาการองเลยค่ะ ฝ้ายแบ่งใส่2รอบนะ แล้วใช้พายตะล่อม บี้ ขนมจนเข้ากัน ใช้เวลาไม่น่าเกิน2นาที ถ้าผสมนานไปขนมจะเหลว
7.ขนมที่ได้ที่แล้ว คือไม่เหลวเกินไป ไม่แข็งเกินไป วิธีสังเกตคือ ใช้พายยกขนมขึ้นแล้วปล่อยไหล ถ้าไหลเป็นเส้นเดียวกันถือว่าใช้ได้ค่ะ ระหว่างผสมให้เช็คไปด้วยเพราะถ้ายังไม่ไหลเป็นเส้นเดียวกันก็ตะล่อมไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่คอยเช็คแล้วขนมอาจจะเหลวเกินไป จะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วค่ะ
8.ใส่ถุงบีบ ในส่วนของถาด ฝ้ายใช้แผ่นซิลิโคนลองอบแบบที่มีวงมาแล้ว อันนี้แนะนำว่า ใช้แผ่นซิลิโคนลองอบดีกว่ากะดาษไขธรรมดานะ เพราะมันจะกระจายความร้อนไปที่ตัวขนมได้ดีกว่าค่ะ
9. ในการบีบ บีบให้ตั้งฉากกับถาดนะคะ จะได้ออกมากลมสวย
10. เมื่อบีบเสร็จ ให้จับถาดขนมมั่นๆแล้วเคาะถาดกับโต๊ะแรงๆ (มีแรงแค่ไหนใส่ไปให้หมด) หมุนถาด เคาะให้ครบสี่ทิศไปเลย จะเห็นว่าที่หน้าขนม จะมีฟองอากาศใหญ่ๆ แตกออก
11. เช็คหน้าขนมดูว่ายังมีฟองอากาศซ่อนอยู่รึเปล่า ถ้ายังมีใช้ไม้แหลม หรือไม้จิ้มฟัน จิ่มให้แตกออกมาให้หมด
12. พักขนมอย่างน้อย1 ชม. บางคนอาจบอกว่า ให้ใช้นิ้วแตะหน้าขนม ถ้าไม่มีอะไรติดนิ้วถือว่าใช้ได้ แต่จริงๆแล้วฝ้ายว่า การพักมาการองต้อง1ชม.ขึ้นไปเท่านั้นค่ะ แต่ต้องไม่เกิน1ชม.ครึ่ง
13. เราจะอบกันที่ไฟล่างพัดลม อุณหภูมิ 160 องศา ใช้เวลา 15-20 นาทีค่ะ (บ้านไหนไม่มีไฟล่างพัดลม ใช้เป็นไฟบน-ล่างพัดลมได้ค่ะ แต่ต้องเอาถาดเปล่าปิดไฟบนไว้ แล้วเอาขนมเข้าอบปกติ ไม่งั้นหน้าขนมจะสีเพี้ยนนะคะ)
สูตรขนมประมานนี้ ก็ละเอียดอยู่เนอะ

========================================================
ไส้มาการอง ก็ตามนี้ จากคุณ Isaree Karnraveewan
========================================================

ไส้ครีมชีสบลูเบอรี่ ใช้เชลล์(ฝามาการองกลิ่นปกติหรือวานิลาหรือบลูเบอรี่ก็ได้ค่ะ)
ครีมชีส 80 กรัม
เนยจืด 20 กรัม
ไอซิ่ง 2 ช้อนโต๊ะ
บลูเบอรี่กวน 3 ชต.
ตีครีมชีส กับเนยจืดให้เข้ากัน ใส่ไอซิ่ง ตามด้วยบลูเบอรี่ ตีให้เข้ากัน สามารถปรับรสได้ตามชอบ เอาไปบีบใส่ไส้มาการองได้เลย

========


ครั้งที่ 1  สูตรจาก Facebook กลุ่ม เบเกอรี่โซไซตี้
ได้หน้าตามาแบบนี้ ถือว่าไม่แย่ แต่ก็ยังไม่ดี โชคดีที่ทานได้ ไม่ต้องทิ้ง






- ส่วนผสมต้องแห้ง ผงแอลมอนป่น ที่ซื้อมาต้องป่นเพิ่ม อบ ถึงจะนำมาใช้ได้
- ไข่ขาวต้องแยกไว้ล่วงหน้า 3 วัน ก่อนเอามาทำ ต้องทิ้งไว้อุณหภูมิห้อง  1วัน
- แต่คิดว่าจะทำก็ยากแล้ว 55555
- หลังจากบีบส่วนผสมลงพิมพ์ ก่อนอบ เคาะถาดแล้ว
- พักหน้า 1 ชั่วโมง ไม่ได้เปิดแอร์ให้นาง (นางในที่นี่คือมาการอง 5555)
- การอบ อบตามไฟที่บอก 160 องศา 15-20 นาที อบต่ออีก 5 นาที ก็พอได้อยู่
- ดูจากหน้าตาครั้งแรก พอใช้ได้และก็กินได้ด้วยไม่ต้องทิ้ง แต่ยังไม่สวย ฝาไม่แตก แต่ยังไม่มีขางอก
- แช่ในตู้เย็น วันรุ่งขึ้น ยังอร่อย ทานได้อยู่
- หัดต่อไป
- ครั้งที่ 1 ถือว่าผ่านแต่ยังไม่ดี
=======================================================

ครั้งที่ 2

- ครั้งที่ 2 มีฝนตก ซึ่งก็มีคนบอกแล้วว่า ถ้าอากาศชื้น อาจจะไม่ work
- ด้วยความที่อยากลองทำอีกครั้ง
- แอลม่อนป่น เหมือนยังไม่แห้งดี แม้ว่าจะอบแล้ว แต่เราก็ยังจะทำ 555
- ไข่ขาวแยกไว้แล้วล่วงหน้า 2 วัน ทิ้งไว้อุณหภูมิห้อง 1 วัน
- ก่อนอบ เคาะถาดแล้ว ตรงไหนเป็นฟองอากาศ เอาไม้จิ้มฟัน เจาะแถมยี ยี ข้าง ๆ ให้เนื้อมันเข้ากัน
- พักขนมในห้องแอร์ (ลงทุนเปิดแอร์ให้นางอยู่ 5555)
- อบเหมือนเดิม 160 องศา 15-20 นาที แต่กลัวสีไม่สวยเลยไม่อบต่อ
- ครั้งนี้ไม่ได้ถ่ายรูป เพราะหน้ามาการอง แตกทุกอัน แง แง ไม่สวยเลย สักอันเดียว
- นั่งวิเคราะห์สาเหตุ
       - วันนั้นมีฝนตก
       - สังเกตแต่แรกว่าผงอัลมอนไม่แห้ง
       - อบยังไม่นานพอ
       - ไม่ได้เคาะถาดแรง ๆ
       - ส่วนผสมก่อนอบ น่าจะแข็งไป ควร fold ให้เหลวกว่านี้ (ตามเพจคุณปังปอนด์)
- คิดว่าทิ้งไว้ วันรุ่งขึ้นน่าจะอร่อย
- แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ 1 คืน ทานไม่ได้เลย นิ่มและแฉะมาก คาดว่าอบยังไม่สุก
- ครั้งที่ 2 ถือว่าไม่ผ่าน ทั้งกินไม่ได้และมาการองหน้าแตก

=============================================
ครั้งที่ 3






- หาอ่านรายละเอียดเท่าที่จะอ่านได้จากใน google  ทั้ง มาการองฝาแตก และปัญหาอื่น ๆ ของมาการอง
- ลุยอีกที คราวนี้ แดดออกดีเลย เลยจัดผงอัลมอนป่น ไปตากแดด ครึ่งวัน
- ไข่แยกไว้แล้ว แล้วเริ่มลงมือทำตอนเย็น
- ตีไข่ขาวกับน้ำตาล ประมาณ 10 นาที นาที ที่ 8 เริ่มลด speed เพื่อตัดฟองอากาศ นาทีที่9 เหลือเบอร์ต่ำสุด
- ผสมเมอแรงกับ(อัลมอนป่น+ไอซิ่ง) ประมาณ 2 นาที ปาดส่วนผสมแล้วกด คอยสังเกต ความเหลวของส่วนผสม ไม่ให้เหลวเกินไป ประมาณ 2 นาที (พยายามทำเร็ว ๆ )
- บีบใส่พิมพ์ เคาะถาดแรง ๆ 4 ด้าน
- พักขนมในห้องแอร์ 1 - 1ชั่วโมง 15 นาที
- ตัวขนมแห้ง แตะนิ้วแล้วไม่ติดมือ ตั้งแต่พักขนม 30 นาทีแรก
- ซึ่งต่างจากครั้งที่ 2 พัก 1 ชั่วโมง ตัวขนมยังไม่แห้งเลย
- อบความร้อนเท่าเดิม 160 องศา 15 นาที ถาดแรก ต้องอบหลายรอบ ต่อรอบละ 5 นาที มากกว่า 2 ครั้ง ก้นขนมเหมือนยังไม่แห้ง
- งอกขาทั้งแต่ 5-7 นาทีแรก แทบกรี๊ด 55555 นั่งลุ้นนานมาก
- หลังจากนั้นคอยลุ้นว่าฝาจะแตกมั้ย
- หน้าตา สวย ผ่าน ไม่มีโพรง ทิ้งไว้ข้ามคืนในตู้เย็น ยังอร่อย
- สรุปครั้งที่ 3 สวยงามเป็นที่พอใจ แต่น่าจะยังปรับปรุงได้อีก  ส่วนรสชาด ที่บ้านชิมว่าหวานไป จะลองลดน้ำตาลดู ไม่รู้จะกระทบโครงสร้างของขนมรึเปล่า
- สิ่งที่น่าจะปรับปรุงเพิ่มได้อีก
      - ปั่นแอลมอนให้ละเอียดกว่านี้ แล้วเอาไปตากแดด มาการองที่ได้น่าจะได้เนื้อเนียนขึ้น
      - จะลองปรับลดน้ำตาล อยากให้หวานน้อยกว่านี้ สว ที่บ้านไม่ทานหวาน


ไว้ทำครั้งที่ 4 เมื่อไหร่จะมา update  ^^
     
======================================================





Day5 ปราสาทฮิเมจิ -> shopping Numba ->เดินทางกลับ


Day5 ปราสาทฮิเมจิ -> shopping Numba ->เดินทางกลับ
 ปราสาทฮิเมจิ – Himeji Castle
- แวะ shopping นัมบะ
เตรียมเดินทางกลับ (20.00)
- SQ615 KIX to SIN Tue 11-12 Jul 2017 (23:25-05:05)
- SQ970 SIN to BKK Tue 11-12 Jul 2017 (07:10-08:35)

Day4 Amazing Osaka Pass


วันนี้ใช้บัตร Amazaing Osaka Pass ซื้อที่สถานี Shin Osaka (เดินหาจนทั่วเลย ซอกนิดเดียว)

ที่เล็งไว้และกะจะใช้ให้คุ้ม


- แวะกินบะหมี่อิชิรันราเมง
- ปราสาทโอซาก้า
- Tempozan Giant Ferris Wheel (32)
- ทานอาหารกลางวัน
- ล่องเรือซานตามาเรีย
- แวะ shopping Tenjinbashisuji Shotengai  สถานี  Temma 
https://pantip.com/topic/31285728
- Natural Open-air Hot Spring Spa Sumino (38)


แวะกินบะหมี่อิชิรันราเมง ไปตอนเช้า เพราะตอนเย็นคิวยาวมาก (สถานี Numba)
แวะดองกี้อีกสักนิดแต่เช้า 






ตามด้วยปราสาทโอซาก้า



ตามด้วยชิงช้าสวรรค์ Tempozan Giant Ferris Wheel (32)


ล่องเรือซานตามาเรีย



Monday, July 17, 2017

Day3 ป่าไผ่->วัดเท็นเรียวจิ->สะพานโทเง็ตสึเคียว->วัดทอง

Day3 ป่าไผ่->วัดเท็นเรียวจิ->สะพานโทเง็ตสึเคียว->วัดทอง->shopping Tenjinbashisuji Shotenga (JR TEMMA)



Friday, July 14, 2017

Day2 ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ -> วัดโทฟุคุจิ -> วัดน้ำใส -> วัดเงิน

- ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (ศาลเจ้าเสาแดง)  ฟรี

- นั่ง M14 ไปลงชินโอซาก้า นั่ง JR ไปเกียวโต (ไม่ต้องเข้าชินคันเซ็น)
- จากนั้นนั่งไปลงสถานี JR Inari



- เสร็จจากศาลเจ้าจิ้งจองแดง เดินทางไปวัดโทฟุคุจิ
- ออกเดินทางจาก JR Inari ไปยัง JR Tofukuji (2 นาที เดินต่ออีกนิดหน่อย)







- ออกจากวัดโทฟุคุจิเดินทางไปวัดน้ำใส
- นั่ง JR มาลง เกียวโต แล้วนั่งรถเมลไปวัดน้ำใส ใช้สาย 101






- เสร็จจากวัดน้ำใส เดินทางต่อไปยังวัดเงิน ขึ้นรถเมลฝั่งตรงข้ามวัดน้ำใส ขึ้นสาย ...






- เสร็จแล้วนั่งรถเมลกลับมายังสถานีเกียวโต เพื่อนั่งรถไฟกลับไปยังชินโอซาก้า แวะ แหล่ง shopping numba

- แวะ numba กินเกี้ยวซ่า ทาโกะยากิ แวะร้านดองกี้สำรวจราคาสินค้า




- กลับที่พักสลบ 555 ถึงที่พักเกือบเที่ยงคืน

======================
ค่าใช้จ่าย day2 8 July 2017 (2 คน)
======================
- อาหารเช้า minimart = 749 เยน
- ไอติม+โคก 300+250 = 550 เยน
- ค่าขนมร้านของฝาก 540+250 = 790 เยน
- หยอดน้ำตู้อัตโนมัติ 110 เยน
- ไอติม 380 เยน
- ทาโกะยากิกะเกี้ยวซ่า  920x2=  1840 เยน
- เติมเงิน 2000x2 = 4000 เยน
- ขนมชีสทาโร่ 419 เยน
- ค่าเข้าสถานที่ วัดน้ำใส 400x2 = 800 เยน
- ค่าเข้าสถานที่ วัดเงิน 500x2 = 1000 เยน        

รวมทั้งหมด 10,638 เยน = 3,228 บาท (2คน)

รวมเติมเงิน 4000 เยน = 1,214 บาท (2 คน)
รวมค่าอาหาร 4838 เยน =  1,469 บาท ( 2 คน)
รวมค่าเข้าสถานที่ 1800 เยน = 546 บาท ( 2 คน)

                                                                                                                                                                                          



Tuesday, April 18, 2017

Day 1 BKK->Singapore->Osaka

=========================
Day 1 BKK->Singapore->Osaka
=========================
ออกเดินทางจากกรุงเทพ 9.40 วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม 2560
SQ  973 -> BKK 09:40 SIN 13:05
SQ  616 -> SIN 13:55 KIX 21:35


- ออกเดินทางจากกรุงเทพไปสิงค์โปร์ มีเวลาต่อเครื่อง 1 ชั่วโมง
อยู่ terminal เดียวกัน วิ่งกระจาย 555 เกือบไม่ทัน
- จะแลก voucher ขากลับ
- อาหารที่ เสริฟ์บนเครื่องจากกรุงเทพ-สิงค์โปร์





- อาหารที่เสริฟ์บนเครื่องจากสิงค์โปร์-ญี่ปุ่น





- ถึง สนามบินคันไซ แลก JR


วิธีแลก JR ที่สนามบินคันไซ
http://www.mu-ku-ra.com/2016/02/3-jr-pass-kansai-airport.html

- หลังจากแลก JR ซื้อบัตรเติมเงิน ICOCA ที่สถานีรถไฟซื้อได้จาก ตู้เลย 2000 เยน (มัดจำ 500 เยน ใช้เงินได้ 1500 เยน)


เส้นทางจาก hyperdia ข้างล่างที่ search ไว้ จะเป็น
***เวลาที่ขบวนสุดท้าย ที่เดินทางด้วยรถไฟถึงโรงแรม consort ลงสถานี Nishinakajima-Minamigata (Subway Mido Suji Line M14). 50 เมตร  ทางออกที่ 2 *** มีลิฟท์ 



- Check In เข้าโรงแรม ประมาณ เที่ยงคืนครึ่ง มี Family Lowson 7-11 อยู่ใกล้ๆ
   โรงแรม work มาก ใกล้สถานีรถไฟ น้ำแรง ห้องเล็กไปนิดรับได้ ราคาจองจากอโกด้า ห้องละ 2100 (รวม VAT เราไป 7 คน จอง 4 ห้อง (33600 บาท หารแล้วตกคนละ 1200 ต่อคนต่อคืน)




- พักผ่อน รอเที่ยวต่อวันรุ่งขึ้น
=============================
ค่าใช้จ่าย Day1 (7 July 2017) สำหรับ 2 คน  อัตราแลกเปลี่ยน 0.3035 ต่อ 1 เยน
=============================
- ค่าบัตรเติมเงิน 2000x2 = 4000 เยน (บัตรสำหรับซื้อของใน minimart และขึ้นรถไฟที่ไม่ใช่ JR)
- ซื้อของกิน 951 เยน (แตะบัตร)
- เติมเงิน 1000 เยน

รวมวันนี้จ่ายไป 5000 เยน = 1517.50 บาท
ซื้ออาหาร 951 เยน = 288 บาท

เตรียมตัวไปญี่ปุ่นกันอีกดีกว่า

เตรียมตัวไปญี่ปุ่น รอบ 2 รอบนี้ลุยโอซาก้ากันเถอะ
ไปกับ สมาชิกในแกงค์ ผู้ร่วมเดินทาง ทั้งหมด 7 คน

วางแผนคร่าว ๆ



รายละเอียดก่อนเดินทาง

1. ตั๋วเครื่องบิน
    พวกเราสอยจากโปรโมชั่น สิงค์โปรแอร์ไลน์ ต่อเครื่องที่สิงค์โปร์
   12000 บาท

2. ที่พัก hotel consort (เคยมาพักเมื่อครั้งที่แล้ว)





ค่าที่พัก ตกคนละ 1201 บาท/คืน
รวม 4 คืน เฉลี่ยคนละ 4,804 บาท

3. JR กำลังดูว่าจะใช้ pass ไหนดี
    - JR Kansai Wide (JR Kansai Wide https://wismatravel.com/jrpass)
    - ใช้ JR ซื้อจากเมืองไทย ราคา 2,650 บาท  (5 วัน)
   

4. คาดว่าจะซื้อ one-day-pass-amazing-osaka  เพื่อเที่ยวโอซาก้า 1 วัน (ราคา 2500 เยน ประมาณ 750 บาท)
   - https://www.osaka-info.jp/osp/en/img/th.pdf

5. บัตรเติมเงิน Icoca ซื้อได้ที่ตู้ที่สถานีรถไฟ ซื้อครั้งแรก 2000 เยน มัดจำ 500 เยน ใช้ได้ 1500 เยน
    ใช้ขึ้นรถไฟฟ้า ซื้อของในมินิมาร์ท อันนี้ work แนะนำ แต่ควรเหลือเงินให้น้อย เพราะถ้าเหลือเยอะ โดนหักค่าธรรมเนียม

6. sim ที่ ใช้คาดว่าจะใช้ SIM2Fly 399 บาท
  - (SIM2Fly ซิมโรมมิ่งสุดประหยัด ราคา 399 บาทซิมพร้อมใช้ เมื่อเปิดใช้ SIM จะได้รับฟรีแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตโรมมิ่ง Non-Stop ความเร็วสูงสุด 4GB ใช้ได้ 8 วัน ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเก๊า สิงค์โปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน อินเดีย ลาว พม่า ออสเตรเลียและเนปาล )  http://www.ais.co.th/roaming/sim2fly/               
  - sim2fly work มาก ใช้งานดีมาก แวะต่อเครื่องที่สิงค์โปร์ ใช้ได้ด้วย

7. สายการบินสิงค์โปร์แอร์ไลน์
    - แวะต่อเครื่องที่สิงค์โปร์ ได้อาหาร 2 มื่อ
    - จากไทยไปสิงค์โปร์ 1 มื้อ
    - จากสิงค์โปร์ไปญี่ปุ่น อีก 1 มื้อ
    - ขากลับไฟล์ดึก ได้แปรงสีฟันกะถุงเท้า
    - ได้ voucher ต่อเครื่อง คนละ 20$ สิงค์โปร์ ใช้ได้ในสนามบินสิงค์โปร์ ได้ใช้ขากลับ เพราะขาไปต่อเครื่องแค่ 1 ชั่วโมง วิ่งเกือบไม่ทัน 5555
      - น้ำหนัก 30 โล



Monday, August 24, 2015

บันทึกสุขภาพ

         สาเหตุที่ต้องมาบันทึกสุขภาพ เนื่องจากว่า ตรวจพบเนื้องอกในมดลูก 2 ก้อน และต้องเตรียมโดนผ่า เดือนหน้า (22 กันยายน 2558) วันที่เริ่มบันทึก  24 สิงหาคม 2558 ก่อนหน้านี้ ร่างกายปกติดี สุขภาพ แข็งแรงเรียบร้อย เริ่มจะดูแลเรื่องอาหารการกินและสุขภาพ พอเริ่มทำอาหารแบบคลีนกิน ได้เรื่องเลยจ้า

        เริ่มจากไปหาหมอ เพื่อตรวจสาเหตุที่ยังไม่มีลูก เพราะตั้งใจจะท้องปีนี้แล้ว แต่หมอเจอว่า มีเนื้องอก  2 ชิ้น ต้องเอาออกก่อน หลังจากผ่านกระบวนการ ตรวจและเตรียมผ่า ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ได้วันผ่ามาแล้ว เหตุเกิด ก่อนผ่า เนี่ยแหละ ช่วงนี้ปวดท้องมากกกกก ไม่เคยปวดขนาดนี้มาก่อน เลยตั้งใจจะมาทำบันทึกไว้ จนถึงวันผ่า เวลากลับมาอ่านคงสนุกดี เริ่มล่ะนะ

- อาทิตย์ 23 สิงหาคม วันนี้ปวดท้องมากกกกกก เตรียมทำก๋วยเตี๋ยวไก่ ไม่ทันเสร็จดี ประมาณ 8.00 เริ่มปวดท้องมากกก ขนาดต้องนอน พยายามไม่กินยา แต่ก็ไม่ไหว ปวดจนต้องโทรหาคลินิคนวบุตร ว่าจะเข้าไปพบหมอ แต่ที่คลินิคบอกว่า หมอคิวเต็ม จะให้หมอโทรกลับมา (หมอโทรกลับตอน ช่วง 17.00 ) เริ่มปวดเยอะประมาณ 10.00 น และ ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ มีอาเจียน เหงื่อออก หนาว พยายามหลับ เพื่อตื่นมาจะได้หายปวด ดีขึ้นตอน 15.00 น. หมอโทรกลับมา 17.00 บอกหมอว่ามีอาการปวดมากกกก หมอบอกให้ทานยาไปก่อน อาการปวดเริ่มดีขึ้น วันนี้นอนทั้งวัน ไม่ได้ทำงานบ้านเลย

- จันทร์ 24 สิงหาคม หลับในรถตอนเช้า 7.00 - 7.30 กลัวว่าจะปวดท้องเหมือนเมื่อวานอีก กินอะไรไม่ลง น้ำหนักลด เหลือ 62.8 พอตอนเช้า ประมาณ 8.00 เลยกิน พอสเตน 2 เม็ด พาราอีก 2 เม็ด อาการปวดเริ่มดีขึ้น ไม่ปวดเหมือนวันอาทิตย์ วันนี้โอเคเลย แต่หาจาก internet เค้าบอก พอสแตน กินต่อเนื่องได้ หลังอาหารทันทีเช้ากลางวันเย็นได้เลย แต่กินครั้งละ 1 เม็ดพอ กินหลายเม็ดไม่มีผล เค้าบอกว่าเปลือง อิอิ ตอนนี้ 14.00 ยังโอเคอยู่ ดีใจจัง ยังไม่ปวดแรง ๆ

- 21 กันยายน เตรียมตัวมาโรงพยาบาลเพื่อเตรียมผ่าตัด
- 22 กันยายน ผ่าตัดคิวแรก 8.00 น การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ครึ่งวันแรก ขยับตัวไม่ได้เลย ช่วงบ่ายอาการดีขึ้น
- 26

Tuesday, June 16, 2015

ความเห็นส่วนตัว หลังจากเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น

======================================
ความเห็นส่วนตัว หลังจากเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น
======================================
              จริง ๆ ก่อนจองตั๋วไปญี่ปุ่น ก็เฉย ๆ กับประเทศญี่ปุ่น เห็นคนไปเยอะ ออกจะไม่อยากไปด้วยซ้ำ พอดีได้จองตั๋วโปรของ jetstar มา ก็เลยลุยซะหน่อย ก่อนไปก็ทำการบ้านหาข้อมูลให้เยอะที่สุด เนื่องจากไปกัน 2 คน หน้าที่หาข้อมูลคงเป็นของเรา รวมถึงวางแผนต่าง ๆ ให้คุ้มค่าด้วย คาดว่าพี่เบิ้มคงช่วยที่ญี่ปุ่นได้ เพราะมั่นใจว่า พี่เบิ้มจะพาไปตามข้อมูลที่เราหามาได้ 555 ไม่ผิดหวังจริง ๆ
              หลังจากกลับมาจากทริปนี้ ชอบมากกกก ถ้ามีโอกาสคงไปอีก ^^

- ส่วนตัวชอบอยู่ที่ฟุกุโอกะมากกว่าโตเกียว สถานที่ผู้คนอากาศ วิว ทิวทัศน์ กำลังสบาย ที่โตเกียว ไม่ค่อยมีธรรมชาติให้ดู โดยเฉพาะสถานีโตเกียวคนเยอะมาก แต่ว่า มีอะไรให้ดูมากเช่นกัน ร้านอาหารเพียบ ^^

- จริง ๆ ใน pantip บอกไว้แล้วเที่ยวแค่คิวชูก็พอ แต่อารมณ์ มี JR Pass แล้ว อยากไปให้คุ้ม ^^ คุ้มมาก อิอิ แต่คราวหน้ามีโอกาส ตั๋วถูกไปลงคิวชู คงไม่ไปโตเกียวแล้ว

- ที่โตเกียวต้องเดินมากกกก  ในสถานีโตเกียวก็เกือบกิโลแล้ว

- สถานที่พร้อมจะหลงได้ทุกเมื่อ แม้จะมี ชื่อทางออก และหมายเลขแล้ว แต่เราหาไม่เจอ 555 โชคดีพี่เบิ้มหาเก่ง  ^^

- internet ค่อนข้างจำเป็น แต่ถ้ามีเอกสารไว้ off line ได้บ้างก็จะดี

- เวลาซื้อของถ้ามีรูปให้เค้าดูจะสะดวกมาก (เราไปซื้ออุปกรณ์งานฝีมือ ส่งรูปให้ดู เค้าพาไปถึงตรงชั้นเลย)

- คนเค้าค่อนข้างมีระเบียบ วินัยมาก เคารพสิทธิ์ของผู้อื่น

- ชอบที่โตเกียว เค้าแต่งตัวเรียบร้อยกันมาก ผู้ชายส่วนใหญ่ใส่สูท ผู้หญิงแต่งตัวค่อนข้างเรียบร้อย เสื้อผ้ามีแค่โทน ขาว ดำ น้ำเงิน เทา ทั้งเมืองยังกะทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน 5555 แต่งตัวดีน่ามองอย่างนี้นี่เอง

- ไม่ค่อยเจอคนอ้วนที่ญี่ปุ่น

- ไม่ค่อยเห็นขยะด้วย

- ห้องน้ำสะอาด น่าเข้าทุกที่ และมีเยอะมากกด้วย

- ที่โตเกียวบันไดเยอะไปหน่อย --"  เหนื่อยตอนขึ้น-ลงบันไดเนี่ยแหละ 555

- ชอบร้าน 100 เยนมากกก

- ขนมอร่อยหมดเลย ^^

- บุฟเฟต์ขาปู ที่โตเกียว ก็อร่อยอ่ะ สดทุกขาเลย

- เวลาซื้อของเก็บบิลไว้ ทุกครั้ง เพื่อเวลาตอนเย็นของทุกวันจะได้บันทึกรายจ่าย จะได้คุมเงินให้อยู่ในงบ

- พี่เบิ้มจัดกระเป๋าทุกวันและชั่งทุกวัน 555 ก็ดีนะ จะได้รู้ว่าอะไรหายหรือไม่ครบ น้ำหนักยังซื้อของได้อีกเท่าไหร่ จัดกระเป๋าทุกวัน ทำให้เราเจอว่า ลืม jacket ไว้ที่โรงแรม sunline ที่ฟุกุโอกะ กลับไปเอาเค้ายังเก็บไว้ให้ ^^

- น้ำแรง อาบน้ำ สระผม สบายสุดยอด แถม น้ำร้อน น้ำเย็น work มาก ไปพัก 6 คืน ห้องน้ำโอเคหมดเลย



====================
ข้อดีของญี่ปุ่น
====================
- อากาศดี อาหารอร่อย คุณภาพเหมือนกันหมดทุกมินิมาร์ท เรียกว่ามินิมาร์ทเค้าพึ่งได้กันเลยทีเดียว
- ราคาสินค้า ในเมืองกับนอกเมือง ราคาค่อนข้างมาตรฐาน (ดูจากราคาร่ม 555) รวมถึงอาหารด้วยอร่อยเหมือนกันทุกที่ (เอ๊ะ หรือเราหิว)
- ไปเที่ยวญี่ปุ่น ไม่รู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ
- เวลาซื้อของแล้วเค้าทอนเงิน เค้าจะบรรจงนับเงินให้อย่างดี
- เวลาซื้อของ เค้าจะไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ แต่หากเรามีรูปให้ดู เค้าพยายามช่วยเหลือเต็มที่ว่าเราต้องไปซื้อตรงไหน ประทับใจมาก

===================
ข้อเสียของญี่ปุ่น
==================
- ยังนึกไม่ออก ก็ไม่เรียกว่าข้อเสียเนอะ ประกาศต่าง ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น ป้ายต่าง ๆ ด้วย ต้องมั่ว ๆ เอา 555

Monday, June 01, 2015

Day3 Tokyo

Day3 Tokyo (tokyo subway 1 day pass ราคา 800 เยน/คน (800*0.28=224 บาท)

แผนการเดินทาง

เช้า - ตลาดปลา Tsukiji
      - แวะไปชิบูยา shopping ร้านงานฝีมือ
บ่าย -

Monday, May 11, 2015

Day 2 Osaka -> Tokyo

=======================================
Day 2 Thu 4 June 2015  Osaka -> Tokyo
=======================================
    • เช้า ออกเดินทางโดย Shinkansen จากโอซาก้าไปโตเกียวแวะกินบุฟเฟต์ขาปู
    • บ่าย วัดอาซะกุซะ แวะร้านงานฝีมือ  ดูกันดั้ม ทานอิชิรันราเม็ง (ราเม็งข้อสอบ)
    • พักที่   เกสต์เฮาส์ข้าวสารโตเกียวนินจา
    • วันนี้ตามรีวิวนี้โลด ( http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E12294300/E12294300.html) กระทู้เลอค่าสำหรับเรา คริ คริ
==============
Detail
==============

เช้า ออกเดินทางโดย Shinkansen จากโอซาก้าไปโตเกียว

Shin-Osaka (08:40) Tokyo (11.40) SHINKANSEN HIKARI 460

-  7.30 ออกเดินทางจาก ที่พัก consort Hotel
    นั่งรถใต้ดินจากสถานี  Nishinakajima-Minamigata (Subway Mido Suji Line M14) นั่งไปลง Shin-
    Osaka
- หาซื้ออาหารเช้าทานบน shinkensan
- ถึงโตเกียว 11.40
- แวะทาน บุฟเฟต์ขาปู สถานีโตเกียว Daimaru ชั้น 12 Tokyo ออก Exit  North Yaesu เดินออกมาก็เห็นตึกDaimaru ขึ้นลิฟท์ไปชั้น12 (1890 เยน/คน)


- เข้าที่พักเกสต์เฮาส์ข้าวสารโตเกียวนินจา ฝากกระเป๋า

   วิธีเดินทางไปที่พัก
   - ถึงสถานี Tokyo และต้องไปต่อรถไฟสาย  JR Sobu Line Rapid  เมื่อถึงสถานี Bakurocho หาทางออกที่ C4

     *เดินเท้าประมาณ 4 นาทีจากสถานีรถไฟอาซากุสะบะสิ(สาย JR และสายโตเอะ)
     *เดินเท้าประมาณ 30 วินาทีจากสถานีรถไฟบากุโละโจ(สาย JR)
       สถานีรถไฟอิกาสินิฮนบะสิ(สายโตเอะ)และสถานีรถไฟบากุโละโยะโกะยามา(สายโตเอะ)
     *เดินเท้าประมาณ 15 นาทีจากสถานีรถไฟอะกิฮาบารา(สาย JR และสายเอดัง) 

( review http://2g.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E12294300/E12294300.html)




วิธีง่ายๆ ในการเดินทางจากที่พักไปยัง...

ไป Akihabara ----> เดินเท้า 15 นาที
ไป Tokyo ----------> เพียง 2 สถานี จากสถานี Bakurocho สาย JR Sobu Line (5 นาที)
ไป Asakusa ------> เพียง 2 สถานีจากสถานีรถไฟ Asakusabashi สาย Toei Asakusa Line (3 นาที)
ไป Shinjuku ------> เพียง 10 สถานีจากสถานีรถไฟ Asakusabashi สาย JR Sobu Line (22 นาที)
ไป Tsukijishijo (ตลาดปลา Tsukiji) -------> เพียง 5 สถานีจากสถานีรถไฟ Asakusabashi สาย Toei Asakusa Line (12 นาที), ลงที่สถานีรถไฟ Higashiginza และเดินเท้า
ไป Ginza ----------> เพียง 5 สถานีจากสถานีรถไฟ Asakusabashi สาย Toei Asakusa Line (12 นาที), ลงที่สถานีรถไฟ Higashiginza และเดินเท้า

- หลังจากเก็บของเดินทางไปเที่ยววัดอาซะกุซะ

บ่าย วัดอาซะกุซะ แวะร้านงานฝีมือ  ดูกันดั้ม ทานอิชิรันราเม็ง (ราเม็งข้อสอบ)

- ไปวัดอาซะกุซะ
   เดินทางไปยังวัดอาซะกุซะ 

    - รถไฟใต้ดินสาย Toei Subway Asakusa Line  (ชมพูอ่อน) A16 Asakusabashi ไป A18 Asukusa
    - สาย JR ....


- เดินทางไป shinjuku ร้าน BIC CAMERA เพื่อ หากซื้อ บัตร tokyo subway 2 day pass (1200 เยน/คน)

BIC CAMERA Yurakucho Store, BICQLO BIC CAMERA Shinjuku East Store, BIC CAMERA Akasaka-mitsuke Station Store, BIC CAMERA Ikebukuro Main Store, BIC CAMERA Shibuya East Store, BIC CAMERA Shibuya Hachiko Store, BIC CAMERA Shinjuku East Store, BIC CAMERA Shinjuku West Store and Sofmap Akihabara Main Store.

- แวะร้านงานฝีมือ
  http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=pattylala&month=03-2009&date=15&group=2&gblog=48

ถ้าเดินทางเองนะคะ พอออกจากสถานี Shinjuku ให้หา East exit หรือ Central East exit ค่ะ ร้านจะอยู่ชั้น บีสาม ของห้าง Mitsukoshi ถ้าเดินมาจากทางร้านคิโนะคุนิยะ จะเห็นร้านแบรนด์เนม LV อยู่เยื้องๆ กันค่ะ เดินเข้าไปเลย เดินไปดูเฉยๆ ก็ได้นะคะ แล้วทะลุออกทางหลังร้าน LV หาบันไดเลื่อนลงไปชั้นบีสาม

อ้อ หรือว่าจะถามทางไปอิเซตันก็ได้ค่ะ ห้างมิตสึโคชินี่อยู่เยื้องๆ กับอิเซตัน

abc-craft ที่โอซาก้า
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2011/06/J10716467/J10716467.html

การเดินทางมายัง Odaiba ไปห้าง Divercity 
จาก Shinjuku นั่ง JR Yamanote line(for shibuya,shinagawa) ไปลงที่สถานี Shimbashi 
แล้วต่อ Yurikamome line ไปลงที่สถานี Odaibakaihinkoen

DiverCity Tokyo Plaza
 เวลาเปิด-ปิด: 10:00-21:00 น.
 ค่าเข้าชม: ชมห้างสรรพสินค้าฟรี, Gundam Front Tokyo : 1,000 เยน
 การเดินทาง: รถไฟสาย Rinkai สถานี Tokyo Teleport ทางออก A หรือ สถานี Daiba ทางออก South

 GPS: ”35.62521,139.775708″



เดินทางกลับที่พัก
     อาหารเย็น ลองแวะซุปเปอร์มาเก็ต

J A P A N ไปกิน ichiran ramen

(http://pantip.com/topic/31210872)

ถ้ามาทางรถไฟ JR ลง Ueno station ไหนๆ จะไปเที่ยว Ueno Park หรือ ไป ตลาด Ameyayoko ก็ลองแวะกินดู เปิด 24 ชั่วโมง
หาป้าย Yamashita Exit รูปนี้ถ่ายด้านนอก เลยเป็น Yamashita Entrance

       


Tuesday, May 05, 2015

Day1 BKK -> Fukuoka -> Osaka

=======================================
Day 1 Wed 3 June 2015 BKK -> Fukuoka -> Osaka
=======================================
- เช้า ถึงฟุคุโอกะ แลก JR Pass จองตั๋ว
- บ่าย เที่ยวปราสาทโอซาก้า ป้ายกูลิโกะ ชิมทาโกะยากิ เกี๊ยวซ่า ปูอลาสก้า

 ====
Detail
 ====
 Flight 1: 3K 509
Departing: 2:15 AM, มิ.ย. 03, 2558 Suvarnabhumi Airport
Arrival: 9:45 AM, มิ.ย. 03, 2558 Fukuoka

 ช่วงเช้า จัดการตั๋ว JR เพื่อไปโอซาก้า

 - ลงจากสนามบินฟุคุโอกะ รับกระเป๋า เดินทางออกมาขึ้นรถ shutter bus ที่ป้าย 1 เพื่อไปที่ Domestic ไปขึ้น Subway (สถานี Fukuoka Airport) ไปยัง Hakata
- ที่สถานี Fukuoka Airport ซื้อตั๋วรถไฟไป Hakata (260 เยนx0.27=70.2 บาท/คน) ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 5 นาที
- แลก JR Pass ที่ สถานี Hakata ออกจากที่กั้น subway เลี้ยวไปทางขวา จะเห็นเคาเตอร์ JR
- เตรียม JR Rail Pass กับ Passport
- จองที่นั่ง shinkansen ไว้เลย Hakata to Shin-osaka มี 3 รอบให้เลือก ขึ้นกับเวลาที่ไปแลก
 
 - ออก 10.43 ถึง 13.24 (SHINKANSEN SAKURA 546)




ออก 11.07   ถึง 13.42 (SHINKANSEN SAKURA 548)

- ออก 12.08   ถึง 14.42 (SHINKANSEN SAKURA 550)

***จองตั๋ว ที่สำคัญ 2 booking***
จองที่นั่งขากลับ Tokyo ไป ฟุคุโอกะ สำหรับนอน 
- จองรถไฟจาก Hakata ไป Yufuin โดย ขบวนYufuin no Mori

====================================
จองที่นั่งขากลับ Tokyo ไป ฟุคุโอกะ สำหรับนอน 



o   แผน1 Tokyo - > Hakata (ถ้าเต็มทั้งนั่งและนอน) ใช้แผน 2

o  แผน2 Tokyo -> Okayama แล้วต่อจาก Okayama -> Hakata
โอกาสจะได้ตู้นอนมีมากกว่า เนื่องจาก จะมี รถนอน 2 ขบวนมาจาก Tokyo แล้วจะแยกไปเมืองละตู้ที่ Okayama



 =============================================
จองรถไฟจาก Hakata ไป Yufuin โดย ขบวนYufuin no Mori




   
 - Hakata-Yukuin ( Sun 7- Mon 8 June 2015)

          ออกจาก Hakata 9.24 ถึง Yufuin 11.35 ** จองเพื่อให้ไปด้วยขบวน Yufuin No Mori



หากได้ขบวนนี้ จะเที่ยว yufuin ก่อน แล้ววันรุ่งขึ้น ค่อยไป Beppu


หากไม่ได้ขบวน Yufuin No Mori จะออกจาก Hakata แต่เช้า ไปเที่ยว Beppu ก่อน แล้วค่อยมา Yufuin
(หากไม่ได้ Yufuin No Mori แล้ว ขบวนอื่นจองวันอื่นได้ไม่ต้องรีบ)

        ออกจาก Hakata 6.23 ถึง Beppu 08.32 

     
รายละเอียดให้ดูวันเดินทางไป Yufuin (Day5)

หลังจากจัดการเรื่องตั๋วเสร็จ
 -  ซื้อของกินก่อนขึ้น shinkansen (มื้อเช้า+มื้อกลางวัน)

บ่าย เที่ยวปราสาทโอซาก้า ป้ายกูลิโกะ ชิมทาโกะยากิ เกี๊ยวซ่า ปูอลาสก้า

- ถึงสถานี Shin-Osaka ฝากกระเป๋า (ราคา 300 เยนx0.27=81 บาท/ครั้ง)
- เดินทางไปปราสาทโอซาก้า (เปิด 9.00-17.00 เปิดให้เข้าได้ถึง 16.30)



    โดยนั่งรถไฟ JR Osaka loop line ไปลงที่สถานี
- JR Morinomiya & Osakajokoen Sta.(exit No.1 and 3)  
- JR Morinomiya exit 1 จะใกล้กว่า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 19 นาที
- ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 600 เยน (600x0.27=162 บาท), เด็ก (ตั้งแต่ 15 ปีลงมา) เข้าฟรี, ถ้าชมรอบๆ ปราสาทไม่เสียค่าเข้า


-

- เที่ยวปราสาทโอซาก้าเสร็จ 
- จากนั้นเดินทางต่อไปยังย่านนัมบะ นั่งรถไฟจาก JR Tennoji ไปยัง JR Namba



cแผนที่เดินทางไป Numba Dotonbori 

ข   - ออกจากสถานี JR Namba แล้วเดินตามป้าย Namba walk แล้วออกตรงทางออกถนน Mido-Suji เดินตรงไปทางทิศเหนือก็จะเจอกับย่าน Dotonbori รวมระยะทางจาก JR Namba มา Dotonbori ประมาณ 850 เมตร
-   - บริเวณนั้น แวะ เดินเที่ยว ป้ายกูลิโกะ แวะชิม ขาปูอลาสกา ทาโกะยากิ เกี๊ยวซ่า หลังจากเดินเที่ยวเสร็จก็กลับ
    -  ขากลับไป JR Namba ผ่าน Supermarket แวะดูของกินลดราคา
    - จาก JR Namba นั่งรถไฟไปลงที่ JR Shin-Osaka 


ถ  - ถึง Shin-Osaka ติดต่อ JR เพื่อจองตั๋วที่เหลือ ( เวลาทำการ 5.30-23.30 http://www.j-plan.co.th)
       จองตั๋วรถไฟที่เหลือ


-   - กลับมาเอากระเป๋าที่ฝากไว้ (ที่ตู้ฝาก)
    - จองตั๋วเสร็จ นั่งรถไฟใต้ดินไปยังที่พัก Hotel Consort
       วิธีเดินทางจาก Shin-Osaka ไปยังที่พัก (http://pantip.com/topic/31451624)
      JR Shin-Osaka. (M13) 1 กิโลเมตร สามารถเดินหรือนั่งรถไฟ Subway ไปได้
      - Nishinakajima-Minamigata (Subway Mido Suji Line M14). 50 เมตร  ทางออกที่ 2 *** ใช้เส้นทางนี้
      - Minamigata (Hankyu Kyoto Line). 30 เมตร
    - เข้าโรงแรม รับ internet ที่ซื้อแล้วให้ส่งที่โรงแรม
-   - พักผ่อน ZZZZzzzzzz


 






ข